A pom lost in BKK#2 หญิงเดี่ยวตะลุยกรุง
posted on 16 Jul 2006 14:59 by preme in bla--bla--blaวันรุ่งขึ้นหลังจากงาน Jump เราก็กะไว้ว่าจะไปร้านหนังสือ แต่เพื่อนที่จะนำทางไม่ว่างกะทันหัน โปรแกรมที่กะจะไปกรี๊ดป๋าเดปป์ (Pirates of the Carribean II) กับเพื่อนก็ถูกงดไปโดยปริยาย แง....TAT
...จากตอนแรกที่กะจะเป็นหญิงปลิงเกาะชาวบ้าน เลยต้องฉายเดี่ยวกลับมาเป็นหญิงมั่นตามเดิม (- -'')
ตอนแรกก็เคว้งไม่รู้จะไปไหนดี แต่เกิดนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนที่มอ.ฝากซื้อเสื้อกาวน์ที่โบ๊เบ๊แถมกำชับมาว่าถ้าว่างล่ะก็ ยังไงก็ต้องไปนะเฟ้ย..
เสื้อกาวน์สั้นถ้าตัดเองก็ตกตัวละประมาณสองร้อยกว่าถึงสามร้อย ถ้าดีๆหน่อยก็สามร้อยกว่าถึงสี่ร้อย แต่ที่โบ๊เบ๊มีขายตัวละ 140-160 เท่านั้น!!แถมผ้าก็เนื้อดี อย่างนี้พลาดไม่ได้~~ (สัญชาติญานแม่บ้านสุดงกเริ่มพุ่งพล่าน)

ที่แท้ตึกโบ๊เบ๊ก็คือ Prince Palace Hotel ที่เราเห็นอยู่ลิบๆทุกวันตอนเดินไปเข้าฝึกงานที่โรงพยาบาลนั่นเอง O_o เพิ่งรู้นะเนี่ย!!

ทางเข้าค่ะ
คนที่มาเดินเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ฝรั่ง เดินไปทางไหนก็ได้ยินสำเนียงแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน ไหหลำ(ห้ามผวน ก๊าก)หรือนมเนยชีสกันให้วุ่น แทบไม่ได้ยินภาษาไทยเลย นอกจากจะไปคุยกับแม่ค้า
...
..
.
เริ่มปฏิบัติการเดินหาร้านเสื้อกาวน์..
จากที่เพื่อนเล่ามาเหมือนมันจะหาร้านง่ายเหลือเกิ๊น~ ฟังดูเหมือนมีร้านเปิดอยู่บนชั้นนั้นแค่ 2-3 ร้าน
เอาเข้าจริง...เดินขาขวิดกว่าจะหาร้านเจอ เพราะร้านเสื้อผ้าที่โบ๊เบ๊ใช่ว่าจะมีแค่หลักสิบซะเมื่อไหร่ มีเป็นร้อยๆร้านเลยตะหาก หนทางก็วกวนซอกแซกจนหลงทาง ต้องค่อยๆคลำทางออกมา ขนาดเราว่าเราเป็นคนที่หลงทางยากแล้วนะ(- -'')
ในที่สุดก็เจอร้านเสื้อกาวน์ ปรากฎว่าขายดีจนของขาดสต็อค ด้วยความพยายามอยากให้เพื่อนสมหวังเลยไปอีกร้านซึ่งอยู่ชั้น 4 ซึ่งก็ของหมดเช่นกัน = ='' โอย..เหนื่อยฟรี...
ขอนามบัตรร้านไว้เผื่อจะสั่งซื้อให้ส่งไปพิษณุโลก แต่เค้าไม่รับออร์เดอร์น้อยๆ จะส่งให้คงต้อง 100 ตัวขึ้นไป เลยเกิดความคิดอยากจะเป็นเอเยนต์ค้าเสื้อกาวน์ รับมาแล้วขายต่อให้เพื่อน เอากำไรซักตัวละ 40 บาทก็พอ^^ ฮี่ๆ
...
มนุษย์ลอยชายผู้มีคติประจำใจว่า Shopping is my life อย่างเราค่อยๆเดินดูนั่นนิด ดูนี่หน่อย ไปๆมาๆก็ได้เสื้อคลุม กางเกงยีนสามส่วน ตุ๊กตาหมอนข้าง มาหิ้วให้พะรุงพะรัง ที่จริงก็ไม่ได้ถูกนักนะคะ แต่มีให้เลือกเยอะใช้ได้
เสื้อเหลืองมีแทบทุกร้าน เดินผ่านไป 2-3 ร้านก็เจออีกและแซมด้วยเสื้อ 'รักแม่' สีฟ้าน่ารัก มีลายดอกมะลิ เห็นแล้วน่าซื้อไปใส่ให้แม่ดูตอนกลับบ้าน ^^
เห็นร้านกระโปรงสวยๆ(กระโปรงผ้ามัดย้อมน่ะค่ะ)แล้วแทบกรี๊ด อยากด้ายยยย >\\\< แน่นอนว่าถ้ายิ่งซื้อเยอะก็ยิ่งถูก(ราคาลดไปครึ่งนึงต่อชิ้นเลย) แต่เรามาคนเดียว ถ้าถล่มซื้อเกรงว่าจะต้องหิ้วจนแขนหลุดเสียก่อน สุดท้ายก็เลย...ไม่ได้ซื้อ แหะ...เพราะถ้าจะซื้อล่ะก็ ไม่ต่ำกว่า 3 ตัวแน่ๆ..
เดิน..เดิน..เดิน จนเริ่มเมื่อยก็ได้เวลาออกจากตึกโบ๊เบ๊เพื่อไปที่อื่นบ้าง เวลามีน้อยค่า ต้องแข่งกับเวลากันหน่อย
....
...
..
.
ไม่รู้มหาวิทยาลัยอื่นหรือคณะอื่นมีประเพณีเหมือนเรารึเปล่า คือจะมีวันเปิดสายรหัสเพื่อให้น้องๆรู้จักพี่ๆในสายรหัสตัวจริง หลังจากที่โดนพี่รหัสหลอก แกล้งพูดว่าตัวเองไม่ใช่พี่รหัสของน้องคนนั้น หรือไปเทคแคร์น้องคนอื่นต่างๆนานาให้น้อง(ที่มั่นใจว่า มิงน่ะแหละพี่รหัสกุ กุเช็ครหัสนิสิตมาแล้ว)ช้ำใจเล่น
ตอนเราอยู่ปี1(เมื่อราวๆยุคครีเตเชียส...) เราก็โดนพี่หลอกให้เชื่อว่าพี่เป็นผู้ชาย(ทั้งๆที่พี่เป็นผู้หญิง) เพื่อไม่ให้เราจับได้ว่าพี่เป็นใคร สุดท้ายก็มาเปิดตัวในวันเปิดสายรหัสนั่นแล ซาบซึ้งจริงๆว่า โอ้..พี่กุ เป็นคนนี้หรอกเรอะ ไอ้เราก็นึกว่าเป็นพี่สุดหล่อรหัสข้างๆ ฮือ...T T หลงดีใจ...
งานนี้ก็จะต้องมีการให้ของขวัญเล็กๆน้อยๆกัน น้องปี 1 จะได้ของดีที่สุดเป็นการต้อนรับเข้าแฟม(แฟมิลี่)พี่บางคนใจป้ำขนาดซื้อตุ๊กตาตัวเท่าบ้านราคาร่วมสองพันกว่าให้น้องปี 1 สุดที่รัก เห็นมั้ยว่าพี่ๆรักน้องขนาดไหน ฮี่ๆ
...แต่ไม่ใช่เราแน่นอน ก๊ากกกก.. เราชอบให้ของขวัญที่ใช้ประโยชน์ได้น่ะ ตุ๊กตามีไว้ก็สะสมฝุ่นเปล่าๆ ถ้าน้องเป็นภูมิแพ้ก็แย่สิ ต๊าย...เห็นมั้ยว่าเราก็เป็นห่วงน้องๆนะเนี่ย
(ที่จริงงกน่ะ ตุ๊กตามันแพง > < ฮ่าๆ)
(เอ๊ะ..เล่าอะไรมาเนี่ย ยาวเชียว กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า)
...
..
.
จากที่เล่ามา เราก็เลยตัดสินใจจะไปหาซื้อของให้น้องในวันเปิดสายรหัส
ที่ๆขายของกิฟต์ชอปน่ารัก ไม่แพง ซื้อหลายๆชิ้นก็ถูกลง ก็ต้องสำเพ็งน่ะสิคะ
เคยมาครั้งนึงแล้ว สำเพ็งเคยเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน แม่ค้าเห็นเรามาคนเดียว ท่าทางจะซื้อของแค่ชิ้นสองชิ้น ก็ทำหน้าไม่รับแขก นั่งแพ็คของอยู่หลังร้าน ...เหมือนเดิมเด๊ะ
...ถ้าเราแต่งตัวแบบเจ๊ แต่งหน้าจัดทาปากแดง ทำผมทรงยกกระบัง ใส่เสื้อผ้าป้าๆแบบทะมัดทะแมง คาดกระเป๋าที่เอว ท่าทางเหมือนแม่ค้าที่จะซื้อของไปขายต่อสงสัยจะถลาเข้าใส่เลยมั้งเนี่ย....
แวะร้านตุ๊กตาเป็นร้านแรก(แฮ่ๆ ก็มันน่าร้าก เก็บความคิดที่จะเอาของขวัญที่ใช้ประโยชน์ได้ไว้ชั่วคราว)
ตุ๊กตามิคกี้เมาส์น่ารักมากกกกก Q(>\\\<)Q ขนาดพอดีกอด ถ้าตามร้านกิฟต์ช็อปทั่วไปน่าจะขายประมาณสามร้อยกว่าขึ้นไป ที่นี่ขายส่งแค่ตัวละ 150 ^^ ไม่แพงเลย
เกิดนึกขึ้นได้...ถ้า 1 ตัวขนาดพอดีกอด แล้วถ้าซื้อ 3 ตัว(เรามีน้องเข้าใหม่ในสายรหัสปีนี้ 3 คน)มิต้องเอาเทินหัวแบบคนอินเดียเลยเรอะ...ของที่ซื้อมาจากโบ๊เบ๊ก็ยังหิ้วอยู่นะ...
ตอนนั้นอยากมีมือซัก 20 มือ ฮือ...T Tไม่แพง น่ารัก แต่ถือไม่ไหวนี่มันทรมานใจน้า~~~
/me ตัดใจโบกมืออำลามิคกี้....
เดินเรื่อยๆเฉื่อยๆท่ามกลางแดดร้อน ในที่สุดก็ได้ต่างหูมา 2 คู่ กับของขวัญชิ้นเล็กๆพอจะหิ้วไหวให้น้อง 3 คน เป็นชุดเครื่องเขียนน่ะค่ะ (หมดมุข แฮ่)
ต่อไปนี้จะลงรูปที่เดินเอื่อยเฉื่อยไป ถ่ายรูปไปนะคะ^^

ตู้โทรศัพท์ที่เคยเห็นจากรายการทีวีซักรายการนึง ดูเข้ากับเยาวราชดี
คนกรุงเทพใส่เสื้อเหลืองกันเยอะมากกกกก ไปที่ไหนก็เจอแต่เสื้อเหลือง ขนาดนักท่องเที่ยวที่เห็นในภาพนี้ก็ยังใส่เสื้อเหลืองกัน หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส

เฮงเชียงทัวร์ที่โน้ต อุดมเคยเอามาพูดถึงในเดี่ยวไมโครโฟน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีอยู่จริง O_o นึกว่าพี่โน้ตเล่นมุข

มี 2 กิจการในร้านเดียว เข้าท่าแฮะ เป็นการประหยัดพื้นที่ดีจริงๆ
บ้านเราขายจักรยาน ถ้าอีกหน่อยเราเปิดร้านที่บ้าน ก็จะกลายเป็น 'เภสัช-ไบค์' ไม่เลว..ไม่เลว...
...
คำถาม...คุณว่าธนาคารไหนดูเริดกว่ากัน ระหว่าง...

ธนาคารนครหลวงไทย สำนักสวนมะลิ
นั่งตุ๊กตุ๊กผ่านตอนไปสำเพ็ง เห็นว่าสวยดีเลยลงทุนเดินย้อนมาจากสำเพ็งเพื่อมาถ่ายรูปเลยนะเนี่ย ^^''
ไปด้อมๆมองๆเลยโดนยามจับตาเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ถ่ายรูปมาได้ แหะๆ
กับ...

อะไรนะ?..นี่มันบ้านคนชัดๆเหรอ
ดูซะก่อน...

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเพชรบุรี (ถนนเพชรบุรีน่ะค่ะ)
หรูยังกะคฤหาสถ์ เราเดินผ่านแทบทุกวันตอนไปฝึกงาน ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมธนาคารหรูขนาดนี้ - -''
ตอนกลางคืนเปิดไฟสีนวล สวยงามมากค่ะ
....
...
..
.
ดูนาฬิกาแล้วเหลือไม่ถึง 1 ชั่วโมงรถจะออก เลยต้องรีบแจ้นกลับที่พักมาเก็บข้าวของ
เก็บของเสร็จก็มานั่งชิล รอจัดการเรื่องค่าที่พักกับเจ้าของหอ
เจ้าเหมียวตัวนี้เดินมาเล่นด้วย...

ชื่อเจ้าสีทอง เป็นแมวของเจ้าของหอ น่ารักซะ

ขี้อ้อนม้ากมาก >(^w^)< ชักอยากเลี้ยงแมว แต่คงต้องรอให้เครื่องจักรสังหารแมว (หมาตัวยักษ์นิสัยโหดที่บ้าน)ไปสวรรค์ซะก่อน
....
...
..
.
รถบัสออกจากกรุงเทพท่ามกลางฝนตกปรอยๆ ไว้ถ้ามีเวลา(และเงิน) คราวหน้าจะมาเที่ยวอีกน้า^^
กลับมาถึงมอ.มีแต่คนตกใจที่รู้ว่าเราไปเที่ยวคนเดียว ^^'' แหะ..ก็เพิ่งเคยลองเหมือนกันแหละ แต่ก็สนุกดีนะ นึกจะไปที่ไหนก็ไปได้เลย เสียตรงที่ตอนเดินช้อปไม่มีคนคอยเมาท์ด้วยนี่สิ ค่ารถก็ไม่มีคนหาร อยู่กรุงเทพจะจนก็เพราะค่ารถนี่แหละ....
....แต่ยังไงก็สนุกล่ะน่า ฮ่าๆ
#1 By Pride (203.147.41.79) on 2006-07-18 08:29